0-2587-7972
0-2911-7214
สถาบันสร้างสรรค์สื่อเพื่อการเรียนรู้(สสร.)

คลังความรู้ สสร.

แนวทางการส่งเสริมพหุปัญญา

การส่งเสริมพหุปัญญาในด้านต่าง ๆ นั้นมีการนำพหุปัญญาไปใช้ในห้องเรียนเพราะ การ์ดเนอร์ เห็นว่าพหุปัญญาจะเป็นเครื่องมือที่ดีเลิศในการเรียนการสอน Campbell กล่าวถึงการใช้พหุปัญญาในห้องเรียน ดังนี้

 

    1. ใช้ในการนำเข้าสู่บทเรียน เช่น เด็กบางคนอาจจะเข้าใจกราฟและพีชคณิตหรือเรขาคณิตบนกระดานดำยาก ครูจึงทำสนามเล่นหน้าโรงเรียนเป็นกราฟ ครูนำนักเรียนมาทำกราฟที่สนามโดยทุกคนเป็นจุดๆ หนึ่งบนเส้นกราฟ หรือในออสเตรเลียโรงเรียนแห่งหนึ่งมีสนามเล่นปูอิฐเป็นรูป สุริยะจักรวาล ครูนำเด็กมาเรียนดาราศาสตร์ในสนามเด็ก ๆ เห็นดวงดาวต่าง ๆ หมุนรอบดวงอาทิตย์ เป็นต้น

 

  2. ใช้ในการเสริมบทเรียน   โรงเรียนอเมริกาหลายโรงจัดสัปดาห์พหุปัญญา โดยพยายามใช้ความสามารถทางสติปัญญาหลายหลายอย่างในการเข้าใจบทเรียน เช่น ใช้ศิลปะหรือการละครในการเรียนวรรณคดีหรือเรียนดาราศาสตร์ หัวข้อสุริยะจักรวาลโดยการใช้สติปัญญาทางตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์วัดระยะทางระหว่างดวงดาวที่สนาม เดินเล่นเป็นดาวต่าง ๆ รอบดวงอาทิตย์ (ความสามารถทางกล้ามเนื้อในการเคลื่อนไหว) เขียนหรือพูดบรรยายเกี่ยวกับสุริยะจักรวาล (การใช้ภาษาพูดและเขียน) เป็นต้น แต่ละบทเรียนไม่จำเป็นต้องใช้ทุกสติปัญญา.

 

    3. ใช้ในการส่งเสริมการทำงานด้วยตนเอง  โดยครูให้เด็กได้ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์โดยการคิด ริเริ่ม ค้นคว้า ดำเนินงาน และรายงานผลการทำโดยการสร้างผลงานในโครงงานของ ตนเองซึ่งเด็กมีโอกาสใช้แทบทุกสติปัญญาทั้ง 8 รายการได้

 

    4. ใช้ในการประเมินผล นั่นคือ ให้เด็กที่ทำโครงงานเสนอโครงงานหรือแสดงโครงงานและฝึกประเมินโครงงานของตนโดยตนเองและให้เพื่อน ๆ ช่วยประเมินด้วย เด็กจะได้ฝึกสติปัญญาต่าง ๆ หลายด้านเช่นกัน

 

  5. การฝึกเป็นลูกมือ ในข้อนี้การ์ดเนอร์ได้เสนอให้นักเรียนประถมและมัธยมฝึกเป็นลูกมือหรือฝึกงาน 3 ด้าน คือ 1. ด้านศิลปะหัตถกรรม 2. ด้านวิชาการ และ 3. ด้านร่างกาย เช่น กีฬาหรือ กิจกรรมการแสดงกับสถานที่หนึ่งโดยความร่วมมือของชุมชน ที่กล่าวมาแล้วเป็นการใช้สติปัญญาในการช่วยเสริมความเข้าใจในวิชาการต่าง ๆ และขณะเดียวกันก็เป็นการพัฒนาความสามารถทาง สติปัญญาด้านต่าง ๆ ไปด้วย ถ้าหากโรงเรียนจะต้องการพัฒนาพหุปัญญาในตัวเด็กก็อาจจะทำได้โดยให้เด็กฝึกกิจกรรมต่าง ๆ ดังรายการต่อไปนี้

 

    (1) สติปัญญาทางด้านภาษาพูดและภาษาเขียน ครูอาจจะใช้กระบวนการอภิปรายโต้วาที เขียนโคลงกลอน นวนิยาย สัมภาษณ์หรือฝึกการพูดต่อสาธารณชน เป็นต้น

      (2) สติปัญญาเชิงตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ เช่น ออกแบบและทำการทดลอง เขียนอุปมาอุปมัย อธิบายอะไรสักอย่าง อธิบายรูปแบบหรือสมการ เปลี่ยนข้อความโจทย์เลขเป็นสูตรคณิตศาสตร์ เป็นต้น

    (3) สติปัญญาทางกล้ามเนื้อในการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น สร้างหรือทำอะไรสักอย่าง แสดงความเคลื่อนไหวทางร่างกาย เพื่ออธิบายอะไรอย่างทำอะไรมาแสดงหน้าชั้น จัดนิทรรศการและทัศนศึกษา เป็นต้น

      (4) สติปัญญาทางภาพมิติ เช่น นำกราฟ แผนที่ แผนภูมิ   ทำศิลปะวัตถุ แสดงภาพถ่าย หรือภาพเขียน เป็นต้น

      (5) สติปัญญาด้านดนตรี แสดงการเล่นดนตรี ร้องเพลง เพื่ออธิบายอะไรอย่างหนึ่ง ทำ อุปกรณ์ดนตรีและแสดงให้ดู เป็นต้น

      (6) สติปัญญาด้านสังคมหรือเข้าใจคนอื่น เช่น จัดประชุมเรื่องใดเรื่องหนึ่งร่วมใน กิจกรรมบริการชุมชน สอนใครสักคนให้ทำอะไรสักอย่าง ฝึกการให้และรับข้อมูลป้อนกลับ เป็นต้น

    (7) สติปัญญาด้านการเข้าใจตนเอง เช่น บรรยายความสามารถของตนเองในการทำงานอะไรสักอย่างสำเร็จ กำหนดเป้าหมายของงานและดำเนินการจนบรรลุเป้าหมาย บันทึกประจำวัน เรื่องใดเรื่องหนึ่งของตน ประเมินผลงานของตนเอง เป็นต้น

    (8) สติปัญญาด้านการเข้าใจสภาพธรรมชาติ เช่น ทำสมุดบันทึกการสังเกตอะไรใน ธรรมชาติสักอย่าง บรรยายการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมแห่งใดแห่งหนึ่ง เลี้ยงสัตย์เลี้ยงหรือ ดูแลต้นไม้ สังเกตนกหรือสัตว์ป่า เขียนหรือถ่ายภาพวัตถุธรรมชาติ เป็นต้น

 

ที่มา. http://www.seal2thai.org/sara/sara114.htm